อาการอยากอาหารอาจหมายถึงอะไรได้บ้าง ตามมาดูกันเลย

อาการอยากอาหารอาจหมายถึงอะไรได้บ้าง ตามมาดูกันเลย

อาการอยากอาหารนั้นอาจหมายถึงอาการทางภูมิแพ้ และบ่อยครั้งเป็นวิธีที่ธรรมชาติต้องการบอกให้คุณทราบว่า คุณได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดไม่เพียงพอ ufabet และที่พบได้ไม่น้อยคืออาการหิวโหยอยากอาหารนั้นอาจเกิดขึ้น เพราะคุณรับประทานอาหารโดยรวมไม่ดีพอ

อาการอยากอาหารอาจหมายถึงอะไรได้บ้าง ตามมาดูกันเลย
  • เนยถั่ว: แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในสิบอาหารที่ผู้คนมักเกิดอาการอยาก และก็ไม่น่าแปลกใจเลยด้วย เนยถั่วเป็นแหล่งของวิตามินบี หากคุณพบว่าตัวเอง อดไม่ได้ที่จะเปิดกระปุกตักขึ้นมารับประทานบ่อยๆ อาจเนื่องมาจากคุณกําลังอยู่ภายใต้ภาวะเครียดและวิตามินบีที่คุณรับประทานในแต่ละวันไม่เพียงพอกับการใช้เนยถั่วประมาณ 50 กรัม หรือหนึ่งในสามของถ้วยจะให้พลังงานถึง 284 แคลอรี ถ้าคุณไม่อยากมีน้ำหนักตัวเพิ่ม อาจเลือกรับประทานเป็นวิตามินบีรวมเสริมแทน ซึ่งจะช่วยรักษารอบเอวคุณให้คงที่ได้มากกว่า
  • กล้วย: หากคุณพบว่าตัวเองคว้าผลไม้ชนิดนี้มารับประทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจเนื่องมาจากร่างกายของคุณต้องการโพแทสเซียม กล้วยขนาดกลางหนึ่งผลจะมีโพแทสเซียมประมาณ 555 มก. ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะหรือยาคอติโซล ซึ่งทําให้ร่างกายสูญเสียโพแทสเซียม) จะมีความอยากรับประทานกล้วยได้บ่อย
  • ชีส: ถ้าคุณมีอาการหลงใหลชีสเป็นวูบๆ มากกว่าจะเป็นคนรักชีส อาจ เป็นไปได้ว่า อาการอยากชีสที่แท้จริงนั้นมาจากความอยากแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากกว่า (หากชีสที่คุณรับประทานเป็นชีสที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง คณอาจได้รับประทานอะลูมิเนียมและเกลือโดยไม่รู้ตัว) คุณอาจลองรับประทาน บรอกโคลีให้มากขึ้น เพราะเป็นผักที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงเช่นกัน แต่มีแคลอรีต่ำกว่าชีสมากนัก
  • แอ๊ปเปิ้ล: แอ๊ปเปิ้ลวันละหนึ่งลูกไม่ได้ช่วยให้คุณห่างหมอได้เสมอไป แต่มันก็ให้ประโยชน์ดีๆหลายอย่างที่คุณอาจไม่ได้รับจากอาหารอื่น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และยังเป็นแหล่งที่ยอดเยี่ยมของเพกทิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล หากคุณมีแนวโน้มที่จะรับประทานไขมันอิ่มตัวมาก อาจเป็นสาเหตุให้คุณรู้สึกอยากแอ๊ปเปิ้ลได้
  • เนย: ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติมักมีอาการอยากรับประทานเนยได้บ่อย ยูฟ่าเบท เพราะส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ แต่การอยากรับประทานเนยเค็ม อาจมาจากความอยากเกลือก็เป็นได้
  • น้ำอัดลม: อาการอยากน้ำอัดลมมักเกิดจากความอยากรับประทานน้ำตาลบ่อยที่สุด และยังอาจเกิดจากการติดกาเฟอีน น้ำอัดลมจัดเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ
  • ถั่ว: หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากถั่วเป็นประจํา คุณอาจต้องการโปรตีน วิตามินบี หรือไขมันในอาหารเพิ่มขึ้น หากคุณชอบถั่วที่ปรุงรสเค็ม สิ่งที่คุณ โหยหาอาจเป็นเกลือโซเดียมไม่ใช่ถั่วก็เป็นได้ มักพบว่าผู้ที่อยู่ภายใต้ภาวะเครียดจะรับประทานถั่วมากกว่าผู้ที่รู้สึกผ่อนคลาย
อาการอยากอาหารอาจหมายถึงอะไรได้บ้าง ตามมาดูกันเลย
  • ไอศกรีม: แม้ว่าไอศกรีมจะมีแคลเซียมสูง แต่คนส่วนใหญ่โหยหาน้ำตาลมากกว่า ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลต่ำและผู้ที่เป็นเบาหวานจะอยากรับประทานไอศกรีมมาก เช่นเดียวกับผู้ที่อยากระลึกถึงความสุขในวัยเยาว์
  • เบคอน: ความอยากรับประทานเบคอนมักมาจากไขมันที่เป็นส่วนประกอบ ผู้ที่พยายามอดอาหารมักมีความเสี่ยงต่อการโหยหาของมันๆ แต่ข่าวร้ายคือ ไขมันอิ่มตัวไม่ได้เป็นข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเบคอน แต่เบคอนยังมีสารก่อมะเร็งในไตรต์ในปริมาณสูงมาก หากคุณปล่อยตัวปล่อยใจให้เบคอน คุณ ควรรับประทานวิตามินซี เอ ดี และอีให้มากพอ เพื่อไปต้านฤทธิ์ของไนไตรด์
  • ไข่: นอกจากโปรตีนที่ไข่สองฟองให้คุณได้มากถึง 13 กรัมแล้ว ไข่ยังให้กํามะถัน กรดแอมิโน และซีลีเนียมกับคุณอีกด้วย คนรักไข่บางคนอาจอยากรับประทานส่วนไขมันในไข่แดง หรือส่วนประกอบที่ทําหน้าที่ตรงข้ามคือโคลีน ซึ่งเป็นตัวช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมัน
  • แคนตาลูป: เพียงเพราะคุณชอบในรสของมัน อาจไม่ได้เป็นเหตุผลข้อเดียวที่ทําให้คุณอยากรับประทานแคนตาลูป แคนตาลูปมีโพแทสเซียมและวิตามินเอสูง หนึ่งส่วนสี่ของผลไม้ตระกูลเมลอนหนึ่งลูก มีวิตามินเอถึง 3,400 ไอยู ทั้งยังมี วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ไบโอติน และอินอซิทอล อีกด้วย การโหยหาอยากรับประทานแคนตาลูปจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใดที่สําคัญ แคนตาลูปครึ่งลูกให้พลังงานเพียง 60 แคลอรี่เท่านั้น
  • มะกอก: ไม่ว่าคุณเกิดอาการอยากรับประทานมะกอกชนิดสีเขียวหรือสีดําก็ตาม ความน่าจะเป็นคือคุณกําลังโหยหาเกลือ คนที่ต่อมไทรอยด์ทํางานต่ำ มักมีอาการอยากรับประทานมัน
  • เกลือ: ไม่ต้องเดาเลยเพราะสิ่งที่คุณโหยหาคือโซเดียม ผู้ที่โหยหาเกลืออาจมีภาวะขาดไอโอดีนในต่อมไทรอยด์ หรือมีโซเดียมต่ำจากโรคแอดดิสัน ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมักโหยหาเกลือ แต่ไม่ควรเผลอรับประทานเป็นอย่างยิ่ง
  • หัวหอม: ความอยากรับประทานรสจัด อาจเป็นสัญญาณบ่งถึงปัญหา ในปอดหรือโพรงไซนัส
  • ช็อกโกแลต: แน่นอนว่าต้องเป็นหนึ่งในอาหารที่คนโหยหาอยากรับประทาน มากที่สุด หรือไม่ก็มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ผู้ที่ติดช็อกโกแลตมักติดทั้งกาเฟอื่นและน้ำตาล (โกโก้หนึ่งถ้วยมีกาเฟอีนอยู่ 5- 10 มก.) หากคุณต้องการตัดใจจากช็อกโกแลต ลองหันมารับประทานแคร็อบแทน (Carob ufabet มีอีกชื่อหนึ่งว่า ขนมปังของเซนต์จอห์น ทําจากส่วนฝักของต้นแคร็อบจากเมดิเตอร์เรเนียน)
  • นม: หากคุณเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังโหยหาอยากดื่มนมอยู่ คุณอาจต้องการรับประทานแคลเซียมเสริม และเช่นเคย มันอาจเป็นสารอาหารตัวอื่นที่ร่างกายคุณต้องการ เช่น กรดแอมิโนอย่างทริปโตแฟน ลิวซีน และไลซีน คนที่ตื่นตระหนกง่ายมักต้องการทริปโตแฟนจากนม เนื่องจากมันเป็นกรดแอมิโนที่ช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นได้
  • อาหารจีน: แน่นอนว่ามันอร่อย แต่บ่อยครั้งที่สิ่งที่คุณโหยหาคือผงชูรส โมโนโซเดียมกลูทาเมตในอาหาร ผู้ที่ขาดเกลือมักโหยหาอาหารจีนเป็นอย่างมาก (โมโนโซเดียมกลูทาเมต หรือ MSG อาจทําให้เกิดปฏิกิริยาหลัง ศิสตามีนในบางคนก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะและร้อนวูบวาบได้ ร้านอาหารจีนส่วนใหญ่สามารถทําอาหารโดยไม่ใส่ MSG ได้ หากคุณขอเป็นการเฉพาะ)
  • มายองเนส: นื่องจากมันเป็นอาหารที่มีไขมันสูง จึงเป็นอาหารที่คนรับประทานมังสวิรัติและผู้ที่พยายามจํากัดไขมันในมื้ออาหาร อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโหยหาอยากรับประทาน
  • ทาร์ตผลไม้: อาการโหยหาอยากรับประทานทาร์ตผลไม้ตลอดเวลา อาจบ่งชี้ถึงปัญหาของถุงน้ำดีหรือตับได้
  • สีและฝุ่น: เด็กๆอาจมีแนวโน้มที่อยากรับประทานสีทาบ้านหรือฝุ่นผง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งว่ามีภาวะขาดแคลเซียมหรือวิตามินดีเกิดขึ้น จําเป็นอย่างยิ่งที่คุณควรประเมินการรับประทานอาหารของบุตรหลานเสียใหม่ และควรที่จะพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจรักษา อาการอยากรับประทานสิ่งที่ไม่ใช่อาหารนี้ มีศัพท์เรียกว่าไพกา (Pica) เป็นภาวะที่หญิงมีครรภ์ก็อาจมีได้ ซึ่งควรให้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลถึงการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

ตักตวงวิตามินจากอาหารที่คุณรับประทานให้ได้มากที่สุด

ตักตวงวิตามินจากอาหารที่คุณรับประทานให้ได้มากที่สุด

การเลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับวิตามินในอาหารทั้งหมด กระบวนการแปรรูปอาหาร การเก็บรักษา และการบำรุงอาหาร อาจทําลายสารอาหารที่ดีได้ เพื่อเก็บเกี่ยวคุณค่าจากสิ่งที่คุณ

ทานให้มากที่สุด (และจากเงินที่คุณจับจ่ายไป) ต้องจําคําแนะนําต่อไปนี้ให้ขึ้นใจ

  • แต่อย่าแช่ผัก หากคุณอยากได้ประโยชน์จากวิตามินบีและซี ยอมสละความสะดวกสบาย ทําสลัดสดในเวลาที่คุณพร้อมจะรับประทานทันที ผักและผลไม้ที่นั่นและตั้งทิ้งไว้จะสูญเสียวิตามินได้
  • ใช้มีดคมในการตัดและปอกผักผลไม้ เพราะวิตามินเอและซีจะสูญเสีย ไปหากผักช้ำ
  • หากคุณไม่สามารถรับประทานผักหรือผลไม้สดที่ซื้อมาให้หมดได้ ในเวลาไม่กี่วัน คุณควรที่จะซื้อเป็นแบบแช่แข็งมากกว่าปริมาณวิตามิน ในถั่วแขกที่ผ่านการแช่แข็งอย่างถูกวิธีจะสูงกว่าถั่วแขกสดที่เก็บทิ้งไว้ ในตู้เย็นเป็นสัปดาห์
  • เก็บเนื้อไว้ในช่องแข็งที่อุณหภูมิ 0 องศาฟาเรนไฮต์ หรือต่ำกว่าทันทีที่ซื้อมา เพื่อป้องกันการเสียคุณค่าและการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  • ใบชั้นนอกของผักกาดต่างๆนั้น แม้จะเนื้อหยาบกว่าชั้นใน แต่ก็มีแคลเซียม เหล็ก และวิตามินเอสูงกว่า
  • อย่าทําให้ผักแช่แข็งละลาย ก่อนนํามาทําอาหาร ส่วนใบของบร็อกโคลีมีวิตามินเอมากกว่าส่วนดอกหรือก้าน
  • ข้าวสําเร็จรูปและข้าวนึ่งมีวิตามินมากกว่าข้าวที่ผ่านการขัดสี และข้าวกล้องมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าข้าวขาว
  • อาหารแช่แข็งที่คุณสามารถต้มได้ทั้งถุงจะให้วิตามินสูงกว่าปกติ และหากเป็นแบบกระป๋องจะดีกว่า
  • การทําอาหารในภาชนะที่ทําจากทองแดง สามารถทําลายวิตามินซี กรดโฟลิก และวิตามินอีได้
  • การทําอาหารโดยใช้ภาชนะที่ทําจากสเตนเลสสตีล แก้ว หรือกระเบื้อง จะรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารได้ดีที่สุด (หม้อที่ทําจากเหล็กอาจให้ธาตุเหล็กกับคุณได้ แต่มันจะทําลายวิตามินซีในอาหาร)
  • การทําอาหารที่ใช้เวลาสั้นที่สุดและใช้น้ำน้อยที่สุดจะทําลายสารอาหารน้อยที่สุด
  • ผักที่ต้องใช้เวลานานในการปรุง ควรตัดเป็นชิ้นใหญ่ๆเพื่อให้มีผิวสัมผัสกับน้ำและความร้อนน้อยที่สุด (รินน้ำจากผักในกระป๋องออก เพื่อกําจัดเกลือส่วนเกิน
  • นมบรรจุในขวดแก้ว อาจสูญเสียไรโบฟลาวิน วิตามินเอ และดีได้ หากไม่เก็บให้พ้นแสง (ขนมปังที่ถูกแสงก็สูญเสียวิตามินเช่นกัน)
  • ขนมอบที่มีสีน้ำตาลกรอบน่ารับประทาน จะมีไทอะมีนน้อยกว่าปกติ 2 เท่า
  • อบและต้มมันฝรั่งพร้อมเปลือก เพื่อให้ได้วิตามินสูงสุด
  • ใช้น้ำที่เหลือจากการต้มผักมาทําน้ำซุป น้ำที่ออกจากเนื้อสัตว์มาทําซอสเกรวี่ และน้ำเชื่อมจากผลไม้กระป๋องมาทําขนมหวาน
  • งดใช้ผงฟูทําอาหารจานผัก หากคุณต้องการได้ประโยชน์จากไทอะมีนและวิตามินซี
  • เก็บผักและผลไม้ในตู้เย็นทันทีที่คุณซื้อจากตลาดกลับมาถึงบ้าน

ว่าแต่คุณรู้หรือไม่ว่า: การที่แม่ค้าฉีดละอองน้ำลงบนผักเพื่อให้มันดูสดนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์กับคุณด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อฉีดละอองน้ำลงบนบร็อกโคลีจะช่วยให้มันเก็บรักษาวิตามินซีได้มากขึ้นเท่าตัว หากเทียบกับบร็อกโคลีที่ไม่ได้ฉีดน้ำ เนื่องจากบรอกโคลีเป็นพืชในตระกูลกะหล่ำดอกซึ่งเป็นผักที่ช่วยต้านมะเร็ง จึงจัดได้ว่าเป็นจุดเล็กน้อยที่คุณไม่ควรมองข้ามในยามไปจ่ายตลาด