อาการก่อนมีประจําเดือน (พีเอ็มเอส)

ทําไมคุณจึงต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในยามป่วย ตอนที่ 4

  • โรคเอดส์ เมื่อเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าจู่โจมเม็ดเลือดขาวชนิดที่เซลล์และแบ่งตัวเพิ่มจํานวนในร่างกายจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายถูกทําลายลง ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ต้องการสารอาหารในปริมาณมากกว่าปกติ ufabet เพราะการดูดซึมอาหารได้ไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นบ่อย คําแนะนําคือ คุณควรปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ด้านโภชนาการ ซึ่งสามารถออกแบบสูตรอาหารที่เหมาะสมกับคุณที่สุดได้ ในโลกอินเทอร์เน็ตยังมีเว็บไซต์เกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ที่คุณสามารถหาข้อมูลล่าสุดทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือก เช่น www.hivinsite.ucsf.edu หรือ www.tpan.com สําหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบํารุงระบบภูมิคุ้มกันนั้น ขอแนะนําดังต่อไปนี้

เอ็มวีพี ซีลีเนียม 200 มคก.ต่อวัน วิตามินซี (บัฟเฟอร์) 500 มก. วันละ 1-3 เวลา อะซิโดฟิลัส 2 แคปซูล รับประทานวันละ 3 เวลา ครึ่งชั่วโมงก่อนหรือหลังอาหาร โคเอนไซม์คิว 10 คอมเพล็กซ์ วันละ 1-3 เวลา สารสกัดจากเห็ดไมตาเกะ วันละ 1 เม็ด มา เบต้า-1, 3 กลูแคน ขนาด 2.5 มก. วันละ 1 แคปซูล ครึ่งชั่วโมงก่อน อาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร แคทส์คลอว์ (อูนาเดอกาโต) 500 มก. วันละ 1-3 แคปซูล

ข้อควรระวัง: หากคุณกําลังรับประทานยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ

  • ไฮโปไกลซีเมีย แม้ว่าจะมีชาวอเมริกันประมาณ 20-40 ล้านคนมีภาวะนี้ แต่กลับพบว่าเป็นภาวะที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องบ่อยที่สุด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำนี้ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถเผาผลาญอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตได้ปกติ ร่างกายของผู้ที่มีภาวะนี้จะมีการตอบสนองต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไปโดยการสร้างฮอร์โมนอินซูลินออกมามากเกินกว่าที่ต้องการ กุญแจที่จะช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดไม่ใช่การรับประทานแป้งขาวที่ย่อยและดูดซึมเร็ว แต่เป็นการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรือแป้งที่ดูดซึมช้า และอาหารในกลุ่มโปรตีนรวม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แนะนํา เบต้าแคโรทีนและวิตามินดี (500 และ 400 อยู) ต่อวัน วิตามินซี 500 มก. พร้อมหรือหลังมื้ออาหาร วิตามินบีรวม 50 มก. วันละ 3 เวลา น้ํามันจากปลา 1,000 มก. วันละ 3 เวลา : เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร หากว่าจําเป็น จีทีเอฟ โครเมียมหรือโครเมียมไดนิโคติเนตไกลซิเนต 200 มคก. วันละ 2-3 เวลา สารสกัดจากใบจิมนีมาซิลเวสตร์ (Gymnema sylvestre) รับประทานพร้อมมื้ออาหาร หรือสารสกัดจากใบบานาบา 16 มก. รับประทานหลังมืออาหาร เซนต์จอห์นส์วอร์ตแบบดูอัลแอ๊คชัน วันละ 1 เม็ด เวย์โปรตีนปั้นเป็นมื้อเช้า หรือแทนมื้ออาหารอื่นๆ

  • โรคพุพอง (อิมเพตติโก) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อโรคกลุ่มเดียวกับเชื้อที่ทําให้เกิดฝีบริเวณผิวหนัง คือ เชื้อสแต็ฟไฟโลค็อกคัส หรือสเตร็ปโตค็อกคัส พบการติดเชื้อในเด็กได้มากกว่าในผู้ใหญ่ ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันที่ปกป้องเชื้อนี้ได้ การติดเชื้อมักเกิดจากการแกะเกา หรือถูกแมลงที่มีเชื้อโรคต่อย ส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่ ผิวหนัง (ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับประทานยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นยาหลักในการรักษาโรคนี้ วิตามินเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค) ยูฟ่าเบท วิตามินเอและดีชนิดแคปซูล (10,000 และ 400 ไอยู) ต่อวัน (ลดปริมาณลง ในเด็ก) รับประทาน 5 วัน แล้วหยุดพัก 2 วัน วิตามินอี (แบบแห้ง) 100 -400 ไอยู วันละหนึ่งครั้ง โรสฮิปวิตามินซี 500 มก. เช้าและเย็น เอ็มเอสเอ็ม 1,000 มก. เช้าและเย็น เอ็มเอสเอ็มโลชั่น ทาวันละ 3 เวลา
  • หัด หัดเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบได้บ่อยกว่าในเด็ก เป็นโรคติดเชื้อที่มีอัตราการติดต่อสูงที่สุด ในปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคนี้ได้ แต่ก็ยังมีผู้ที่ไม่มีภูมิต้องติดเชื้อไวรัสนี้เป็นจํานวนมากในแต่ละปี อาการและผื่นที่ปรากฏอาจมีเพียงเล็กน้อย หรือรุนแรงร่วมกับอาการไอมากก็เป็นได้ ร่างกายของคุณต้องการวิตามินเพื่อต่อสู้และฟื้นตัวจากอาการป่วย เบต้าแคโรทีน 10,000 ไอยู (ลดปริมาณลงในเด็ก) วันละ 1-3 เวลา โรสฮิปวิตามินซี 500-1,000 มก. เช้าและเย็น วิตามินอี (แบบแห้ง) 200-400 ไอยู เช้าและเย็น
  • โมโนนิวคลีโอซิส โรคติดเชื้อที่มักพบในผู้ใหญ่และวัยรุ่น โมโนนิวคลีโอซิส หรือโรคจูบ ซึ่งเป็นสมญานามของมัน เป็นโรคที่เกิดกับใครก็ได้ และส่งผลให้ร่างกายต้องสูญเสียสารอาหารที่จําเป็นได้มาก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มีความสําคัญเช่นเดียวกับวิตามินเสริม โดยเฉพาะในช่วงฟื้นตัวจากไข้ที่ยาวนาน เอ็มวีพี เช้าและเย็นพร้อมอาหาร วิตามินซีเสริม 1,000 มก. เช้าและเย็น เป็นเวลา 3 เดือน โพแทสเซียม 99 มก. วันละ 3 เวลา บีรวม 50 มก. เช้าและเย็น สังกะสีผ่านการคีเลชัน 15-50 มก.ต่อวัน เอไคเนเซีย อเมริกันฟีเวอร์ฟิว และเอลเดอร์เบอร์รี่ 1 หลอดหยด วันละ 2 เวลา เป็นเวลา 1-3 เดือน
  • คางทูม ในปัจจุบันมีวัคซีนที่ใช้ฉีดเพื่อป้องกันคางทูม แต่ยังจัดเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย และส่งผลต่อภาวะโภชนาการมาก ไวรัสสามารถแพร่กระจายไปทั่วทุกอวัยวะ ไม่เพียงแต่ต่อมน้ำลาย แต่ยังอาจไปยังอัณฑะหรือรังไข่ ตับอ่อน ระบบประสาท และหัวใจได้ในบางครั้ง เบต้าแคโรทีน 10,000 ไอยู (ลดปริมาณลงในเด็ก) วันละ 1-3 เวลา เป็น เวลา 5 วัน และหยุดพัก 2 วัน โรสฮิปวิตามินซี 500 – 1,000 มก. วันละ 2 เวลา วิตามินอี 200-400 ไอยู (แบบแห้ง) ต่อวัน
อาการก่อนมีประจําเดือน (พีเอ็มเอส)
  • อาการก่อนมีประจําเดือน (พีเอ็มเอส) ช่วง 2-10 วันก่อนมีประจําเดือน ผู้หญิงหลายล้านคนจะมีอาการที่ก่อให้เกิดความไม่สบายกายและไม่สบายอารมณ์ อาการดังกล่าวมีตั้งแต่ท้องอืดบวม ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ไปจนถึงอาการปวดรุนแรง หงุดหงิด ก้าวร้าว ร้องไห้ ไม่มีสาเหตุ หรือแม้กระทั้งอยากฆ่าตัวตาย อาการเหล่านี้รวมเรียกว่าอาการ ก่อนมีประจําเดือนหรือพีเอ็มเอส (PMS: Premenstrual syndrome)

    อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง เกลือและอาหารที่มีรสเค็ม ชะเอมเทศ (กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทําให้เกิดการ สะสมของเกลือโซเดียมและอาการบวมน้ำ) อาหารและเครื่องดื่มเย็น (ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และ ทําให้ปวดท้องมากขึ้น) กาเฟอีนในเครื่องดื่มและอาหารทุกชนิด (กาเฟอีนเพิ่มความอยากน้ำตาล ทําให้ร่างกายสูญเสียวิตามินบี โพแทสเซียม สังกะสี และเพิ่มการหลั่งของกรดเกลือในกระเพาะ ทําให้ปวดแสบท้องได้) ชาดํา (แทนนินจับกับแร่ธาตุที่สําคัญ ทําให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย) แอลกอฮอล์ (ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทํางานของตับ และทําให้อาการ PMS แย่ลงได้) ผักโขม ผักบีต และผักที่มีออกซาเลตอื่นๆ (ออกซาเลตทําให้แร่ธาตุ ไม่ถูกดูดซึม หรือดูดซึมได้ยากขึ้น)

อาหารและเครื่องดื่มที่ควรรับประทานมากขึ้น สตรอว์เบอร์รี่ ufabet แตงโม (รับประทานเมล็ดด้วย) อาร์ติโช้ก หน่อไม้ฝรั่ง ผักชีฝรั่ง และวอเตอร์เครส (มีคุณสมบัติช่วยขับปัสสาวะ) เมล็ดทานตะวันดิบ อินทผลัม มะเดื่อฝรั่ง ลูกพีช กล้วย มันฝรั่ง ถั่วลิสง และมะเขือเทศ (มีโพแทสเซียมสูง) ตังกุยและแบล็กโคฮอช (เป็นสมุนไพรที่ช่วยการไหลเวียนของเลือด ควบคุมการทํางานของตับ และช่วยกําจัดของเหลวส่วนเกินออกจาก ร่างกาย)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แนะนํา วิตามินบี 6 50-300 มก.ต่อวัน (ค่อยๆ เพิ่มจาก 50 มก.ขึ้นทีละน้อย) เอ็มวีพี แมกนีเซียม 500 มก. และแคลเซียม 250 มก.ต่อวัน (ใช่ครับ ในกรณีของ พี่เอ็มเอส ปริมาณแมกนีเซียมจะมากกว่าแคลเซียมเท่าตัว เพราะการขาด แมกนีเซียมส่งผลให้เกิดอาการพีเอ็มเอสหลายอย่างด้วยกัน) วิตามินอี (แบบแห้ง) 100 -400 ไอยูต่อวัน กรดแพนโทเทนิก (วิตามินบี 5) 1,000 มก. (1 กรัม) ต่อวัน น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส 500 มก. วันละ 1-3 เวลา : เซนต์จอห์นส์วอร์ตแบบดูอัลแอ๊คชั่น วันละ 1-2 เวลา และการออกกําลังกาย! นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่า การออกกําลังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณท้องดีขึ้นแล้ว เหงื่อที่ออกมายังช่วยขับของเหลวส่วนเกินอีกด้วย เดินเร็วๆประมาณ 30 นาที วันละ 2 ครั้ง และ/หรือว่ายน้ำ เป็นกิจกรรมที่ขอแนะนําเป็นอย่างยิ่ง